



ในปี พ.ศ. 2568 ท่ามกลางภาวะวิกฤตราคาผลผลิตข้าวตกต่ำและต้นทุนปัจจัยการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท กษมา เฮลิคอปเตอร์ จำกัด นำโดยคุณกษมา ถาวร ได้จับมือร่วมกับ บริษัท ซีบริงค์ จำกัด นำโดยคุณสุโรจน์ ศิริรัตตานนท์ เพื่อริเริ่มภารกิจช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาในจังหวัดสุพรรณบุรี บนพื้นที่นำร่องแรกกว่า 300 ไร่ ด้วยการนำนวัตกรรมปุ๋ยน้ำแม็กซ์เพาเวอร์ของซีบริงค์ มาผสานกับความเชี่ยวชาญของทีมบินโดรนเกษตร กษมา เฮลิคอปเตอร์ ภายใต้ชื่อ “โครงการแปลงนาลมหายใจสะอาด”
วิธีการเพาะปลูกแบบแม่นยำนี้ช่วยปฏิวัติการทำนาแบบดั้งเดิม โดยสามารถปรับลดการใช้ปุ๋ยเคมีทางดินลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่งถึง 70% และที่สำคัญคือ ไม่ต้องใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงและยาฆ่าเชื้อราเลยตลอดทั้งฤดูกาลเพาะปลูก ผลลัพธ์ที่ได้รับปรากฏชัดเจนว่า ผลผลิตข้าวเปลือกของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสูงกว่าค่าเฉลี่ยมาตรฐานตามศักยภาพของแต่ละสายพันธุ์ ส่งผลให้ชาวนามีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างแท้จริงจากการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต
จากความสำเร็จดังกล่าว โครงการฯ ได้ขยายผลเข้าสู่พื้นที่ บ้านปายดิน ออร์แกนิค ฟาร์มสเตย์ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี โดยคุณสว่าง เหมือนปอง ได้เชิญทีมงาน กษมา เฮลิคอปเตอร์ เข้ามาช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากละอองสารเคมีเกษตรที่เคยฟุ้งกระจายจากการทำนาแปลงข้างเคียง โดยได้รวบรวมแปลงนาโดยรอบฟาร์มสเตย์อีกกว่า 200 ไร่ หันมาเปลี่ยนสู่วิถีการใช้ปุ๋ยน้ำซีบริงค์ร่วมกับโดรนเกษตร ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ชาวนาได้รับผลผลิตและกำไรที่สูงขึ้นเช่นเดียวกันแล้ว ยังสามารถขจัดปัญหามลพิษทางอากาศระหว่างแปลงนากับชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ โครงการฯ ยังได้นำแนวทางนี้ไปช่วยเหลือการทำนา ณ วัดนิเวศน์ธรรมาราม (วัดยายหุ่น) บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ เพื่อตอบสนองความตั้งใจในการทำเกษตรแบบไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ตามหลักศีลข้อที่ 1 ของพระพุทธศาสนา โดยผลิตข้าวสารที่บริสุทธิ์เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศลและทำทาน ผลผลิตข้าวเปลือกของแปลงนาวัดที่ได้ มีปริมาณสูงกว่ามาตรฐานโดยไม่มีการใช้ปุ๋ยทางดินและปราศจากสารเคมีฆ่าแมลงหรือเชื้อราตลอดการเพาะปลูกอย่างแท้จริง
เพียงภายในระยะเวลา 1 ปี โครงการแปลงนาลมหายใจสะอาดสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวด้วยวิธีของซีบริงค์ไปได้มากกว่า 2,000 ไร่ สร้างคุณค่าที่ครอบคลุมครบทั้ง 3 มิติสำคัญ:
- มิติด้านเศรษฐกิจ: เกษตรกรชาวนามีรายได้และผลกำไรที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนจากการลดต้นทุนค่าปุ๋ยค่ายา
- มิติด้านสังคม: แก้ปัญหาข้อพิพาทและมลพิษทางอากาศ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาวนากับชุมชนผู้อยู่อาศัยรอบข้าง
- มิติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย: ยกระดับความปลอดภัยให้แก่ชาวนาและนักบินโดรน โรงสีได้ข้าวเปลือกคุณภาพสูง ผู้บริโภคได้รับข้าวสารที่ปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง และเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลผลิตข้าวไทยอย่างแท้จริง
